Fic - The Apologise ( Severus/Lily) HP7 Spoilers
posted on 15 Aug 2007 18:32 by severus in Interested
ระวังโดนสปอยล์ สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่าน
HP เล่ม 7
Author : Trust (foralive_holly@mt)
Pairing : SS/LE
Rate : PG-13
Note : fic สั้นๆสนองความบ้าของตัวเอง เค้าโครงเรื่องบางส่วนจากบทที่ 33 The Prince's tale : Harry Potter and the Deathly Hallows.
Pairing : SS/LE
Rate : PG-13
Note : fic สั้นๆสนองความบ้าของตัวเอง เค้าโครงเรื่องบางส่วนจากบทที่ 33 The Prince's tale : Harry Potter and the Deathly Hallows.
ในยามค่ำคืนที่ดึกสงัด
ตามระเบียงทางเดินที่เคยมีเสียงเอะอะ เสียงเด็กนักเรียนวิ่งเล่นกัน ทุกอย่างเงียบสงบลงเหลือเพียงความว่างเปล่าเมื่อความมืดเข้าปกคลุมทุกหนแห่ง
นักเรียนต่างพากันกลับสู่หอนอนของตัวเอง มีเพียงเขา เด็กหนุ่มร่างผ่ายผอม ผิวสีซีด
จมูกงุ้มเป็นตะขอ ในชุดนอนลายทางสีขาวสลับเขียว
มีตราของสลิธิรินติดอยู่ที่กระเป๋าเสื้อ กำลังเดินห่อไหล่อย่างคนอมทุกข์
เส้นผมสีดำเป็นมันปรกลงมาที่ดวงตาของเขา เขาปัดมันออกไป
เผยให้เห็นดวงตาสีดำที่แดงช้ำราวกับว่าเขาได้ผ่านการร้องไห้มาหมาดๆ
เสียงลมพัดหวีดหวิวชวนขนลุก อากาศเริ่มเย็นทุกขณะ แต่นั่นไม่ทำให้เขารู้สึกสะทกสะท้าน ร่างผอมๆยังคงเดินต่อไปเหมือนคนล่องลอย จนมาหยุดที่ชั้น 7 นับว่าเป็นความกล้าบ้าบิ่นมากทีเดียวที่นำพาเขาเดินมาถึงที่นี่ได้ ที่หอคอยของกริฟฟินดอร์ ถ้ามีคนพบเขา เขาอาจโดนจับไปหาอาจารย์ใหญ่ อาจโดนทำโทษ อาจโดนไล่ออก หรืออะไรต่างๆนาๆที่อาร์กัส ฟิลช์ ภารโรงที่เกลียดเด็กมากที่สุดจะใส่ความเขาด้วยความพึงพอใจ
เซเวอร์รัส สเนปทรุดลงนั่งที่บันได พลางคิดว่าเดินมาถึงที่นี่แล้วจะได้อะไรขึ้นมา เขาไม่อาจเรียกให้เธอออกมาหาเขาได้ ไม่สามารถทำอะไรได้เลย นอกจากนั่งรออยู่ตรงนี้ อีกนานสักแค่ไหน 1 ชั่วโมง 2 ชั่วโมง หรือจะต้องรอจนถึงเช้า เขาถอนหายใจออกมาแรงๆ พลางนึกถึงเรื่องเลวร้ายที่สุดในชีวิตที่เกิดกับเขาเมื่อกลางวัน ถ้าเจมส์ พอตเตอร์ไม่แกล้งเขาอย่างร้ายกาจแบบนั้น เขาคงไม่รู้สึกโกรธและอายมากขนาดนี้ ต่อหน้าคนมากมาย ที่ปรบมือ หัวเราะชอบใจไปกับการกระทำร้ายๆของเจมส์ เพียงแค่คิดว่ามันตลกดี แต่จะมีใครนึกถึงผู้ที่ถูกกระทำบ้างไหม ว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร แน่ละ ไม่มีใครคิดถึงเขาอยู่แล้ว ก็เขาไม่ใช่นักกีฬาควิดดิช ไม่ได้หล่อเลิศอย่างเจมส์ พอตเตอร์นี่ แต่แล้ว “ลิลี่ เอฟเวนส์” ก็เขามาช่วยเขาเหมือนทุกครั้งที่เขาโดนเจมส์ทำร้าย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ ไม่ใช่ตอนนี้ ตอนที่เขาไม่สามารถช่วยอะไรตัวเองได้เลย ตอนที่เขากลายเป็นตัวตลกให้คนทั้งโรงเรียนหัวเราะชอบใจ มันคงน่าอับอายและน่าสมเพชมากใช่ไหม เขาไม่อยากเป็นคนที่อ่อนแอ พ่ายแพ้ต่อหน้าเธอ ทุกอย่างมันบังคับ กดดันให้เขาต้องพูดมันออกมา “ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเด็กเลือดสีโคลนสกปรกอย่างยายนั่นหรอก” เพื่อรักษาศักดิ์ศรีที่เหลือน้อยเต็มทีของตัวเอง เมื่อคิดถึงตรงนี้ สเนปรู้สึกรังเกียจตัวเองขึ้นมาทันที
“นี่พ่อหนุ่มน้อยสลิธิริน เธอไม่ควรมาอยู่ที่นี่กลางดึกแบบนี้นะ”
เสียงแหลมๆของสุภาพสตรีอ้วนดังขึ้นจากรูปภาพหน้าประตู สเนปหันขวับไปมองอย่างเหยียดหยัน
"ไม่ใช่เรื่องของคุณ!!" เขาว่า
เสียงลมพัดวูบผ่านมา สเนปรู้สึกเหมือนมีอะไรเคลื่อนไหวผ่านเขาไปอย่างรวดเร็ว สักครู่ก็วูบผ่านมาอีกครั้ง และเสียงหัวเราะแหลมๆก็ดังขึ้น
“เจ้าเด็กน้อยผมเมือก สนิฟเวลลี่ แอบย่องมาทำอะไรกลางดึก”
“หุบปากนะพีฟส์ !!” สเนปคำรามรอดไรฟัน เขาไม่อยากส่งเสียงดังให้คนทั้งหอตื่นมาจัดการกับเขาหรอกนะ เจ้าพีฟส์ ผีโพลเตอร์ไกสต์ ยังคงบินโฉบไปโฉบมา พลางร้องเพลงล้อเลียนซ้ำไปซ้ำมา
“เด็กผมเมือก นั่งร้องไห้ สนิฟเวลลี่ ขี้แพ้ ขี้มูกโป่ง ..... ลัลล้า....”
“ฉันบอกให้แกหุบปากไงพีฟส์” สเนปพยายามควบคุมไม่ให้ตัวเองเสียงดังไปมากกว่านี้ เขาหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาจากเสื้อคลุมชี้ตรงที่ไปพีฟส์ หมายแค่จะขู่เท่านั้น
“เด็กผมเมือก นั่งร้องไห้ สนิฟเวลลี่ ขี้แพ้ ขี้มูกโป่ง ..... ลัลล้า....” พีฟส์ไม่สนใจ ยังคงร้องเพลงและล่องลอยไปมา สเนปหมดความอดทน ชี้ไม้กายสิทธิ์ไปที่พีฟส์ แล้วร้อง
“เซ็กตัมเซมปร้า!!”
พีฟส์ร้องโหยหวน ราวกับโดนใบมีดเป็นร้อยที่มองไม่เห็นกรีดเข้าไปตามร่างกาย แม้จะตายไปแล้วและไม่มีเลือดออกมา แต่ความเจ็บปวดนั้นพีฟส์ยังคงรู้สึกได้ เจ้าผีโพลเตอร์ไกสต์ลอยหายหนีไปในความมืด
แล้วสเนปก็ได้ยินเสียงประตูหอเปิดออก สเนปหัวใจเต้นระทึก ต้องมีใครสักคนได้ยินเสียงเจ้าพีฟส์จนออกมาดูแน่ๆ ด้วยความตกใจทำให้เขาลืมหาที่หลบได้ทัน เด็กสาวผมสีบลอนด์ทองเดินออกมาชะโงกดู สเนปเห็นก็จำได้ทันทีว่าหล่อนคือแมรี่ แมคโดนัลด์เพื่อนในกลุ่มของลิลี่
“สเนป!!” เด็กสาวหันมาพบสเนปก็ร้องขึ้นมาอย่างตกใจ “นายไม่ควรมาที่นี่นะ ในยามวิการณ์อย่างนี้”
“เธอน่าจะรู้ว่าฉันมาทำไม ช่วยฉันหน่อยได้ไหม”
“ฉันช่วยนายไม่ได้หรอกนะ ลิลี่ไม่อยากพบใครตอนนี้ โดยเฉพาะนาย”
“แต่ฉันมีเรื่องสำคัญมาก ต้องพูดวันนี้”
“ฉันไม่รู้จะช่วยยังไงจริงๆ ฉันเสียใจนะ นายกลับไปเถอะ”
“งั้นฝากบอกลิลี่ว่า ฉันจะรออยู่ตรงนี้ และจะไม่ไปไหนจนกว่าลิลี่จะออกมาพบฉัน”
“นายไปเถอะ ไม่ใช่วันนี้หรอก ลิลี่ไม่มีทางออกมา เธอโกรธมาก นายคงรู้ดี”
“งั้นฉันจะนอนอยู่ที่นี่ ตรงนี้”
“นายพูดเป็นเล่น”
“จริงๆ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เออ ตามใจ ฉันบอกนายแล้วไม่เชื่อก็ตามใจ จะรอให้ฟิลช์มาจับนายไปส่งอาจารย์ก็เรื่องของนาย” พูดจบ แมรี่ก็ปิดประตูใส่เขาดังปัง
สเนปทรุดลงนั่งที่บันไดอีกครั้ง คราวนี้เขาคงหมดหวังแล้วจริงๆที่จะได้อธิบาย ได้ขอโทษเธอ ลิลี่ไม่อยากเห็นหน้าเขา สเนปซบหน้าลงกับฝ่ามือ พยายามกลั้นน้ำตาที่มันพยายามจะไหลออกมา
แล้วเสียงประตูก็เปิดขึ้นอีกครั้ง สเนปหันขวับไปทันที เด็กสาวผมยาวสีแดง กำลังเดินออกมา สีหน้าของเธอไม่แสดงความรู้สึกใดๆ มีเพียงดวงตาสีเขียวที่ดูมีร่องรอยของน้ำตา
“ลิลี่ ฉันขอโทษ” สเนปรีบพูดออกมาแทบจะลืมหายใจ
“ฉันไม่สนใจเลยสักนิด” น้ำเสียงของเธอไม่มีแม้แต่ความสงสาร “ที่ฉันออกมา ก็เพราะแมรี่บอกว่ามีคนบ้าเสียสติจะมานอนที่หน้าหอ”
“ใช่ ฉันเอง ... ฟังนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะ--- ”
“ไม่ได้ตั้งใจ !!” ลิลี่พูดเสียงเข้ม “นายจะบอกว่านายหลุดปากออกมาใช่ไหม แต่ดูเหมือนนายและเพื่อนๆ จะพูดคำนี้บ่อยเหลือเกินนะ”
“คือฉัน---”
“มัลซิเบอร์เรียกฉันแบบนี้เมื่อสองวันก่อน ฉันยังทนได้ ฉันไม่คิดว่าคำๆนี้จะออกมาจากปากนาย คนที่เป็นเพื่อนสนิทของฉัน..” เสียงของลิลี่อ่อนลงในช่วงท้ายประโยค ดูเหมือนเธอกำลังพยายามควบคุมน้ำเสียงของตนเองให้ดูเข้มแข็งขึ้น
“นายไม่เคยปฏิเสธมันเลย นายหลงใหลกับศาสตร์มืด เที่ยวสาปคนที่เกิดจากมักเกิ้ลเล่นสนุกไปกับพวกเพื่อนๆของนาย นายแทบจะรอไม่ไหวเลยใช่ไหมที่จะได้เป็นคนรับใช้ของคนที่นายก็รู้ว่าใคร”
“ลิลี่ ...” สเนปเรียกชื่อเธอ และตั้งสติ “เธอฟังฉันนะ ฉันไม่ได้หมายความจะเรียกเธอว่า—“
“เลือดสีโคลน! .. ฉันรู้แล้วว่าตลอดเวลาที่เรารู้จักกันมา นายคงจะมองฉันด้วยความสมเพชมาตลอดสินะ” ลิลี่พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “นายจำได้ไหม ที่ฉันเคยถามนายตอนเด็กๆว่า การที่ฉันเกิดมาเป็นลูกมักเกิ้ลมันทำให้ฉันแตกต่างจากคนอื่นไหม แล้วนายก็บอกว่าไม่! ...แต่วันนี้นายกลับนำคำนี้มาว่าฉัน ...แล้วจะให้ฉันเชื่อใจอะไรนายได้อีก!” สเนปเห็นหยาดน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาสีเขียวของเธอ แต่ลิลี่ใช้มือปาดมันออกไปอย่างรวดเร็ว
“ไม่ ... ลิลี่เธอไม่เข้าใจ เธอต่างจากคนอื่น ฉัน ....” สเนปพยายามจะอธิบายอย่างละล่ำละลัก
“เธอเรียกทุกคนที่เป็นแบบฉันว่าเลือดสีโคลน แล้วทำไมฉันถึงต่างจากคนอื่นละ..เซเวอร์รัส”
สเนปอ้าปากจะพูด แต่ความรู้สึกหนึ่งได้หยุดเขาเอาไว้ จะให้บอกว่าอะไรละ เพราะเธอไม่เหมือนคนอื่น เธอพิเศษกว่านั้น เธอเป็นคนที่เขา...รัก... มันคงเป็นเรื่องตลกสักเรื่องหนึ่งที่ลิลี่ฟังแล้วไม่ขำ ถ้าเขาพูดมันออกมา มันคงไม่มีความหมายอะไร ในเมื่อใจของเธอนั้นมีแต่เจมส์... สเนปหุบปากลงอีกครั้ง สีหน้าเจ็บปวดเหลือประมาณ
“ฉันคงแกล้งทำเป็นว่าไม่รู้สึกอะไร ไม่ได้อีกแล้วล่ะ เซเวอร์รัส ฉันเสียใจที่ต้องพูดแบบนี้ นายเลือกทางของนาย ส่วนฉันเลือกทางของฉัน”
“ทางที่มีเจมส์ พอตเตอร์น่ะเหรอ” สเนปไม่รู้ว่าเขาหลุดปากพูดออกมาได้อย่างไร
“ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเขา!” น้ำเสียงของลิลี่ไม่พอใจอย่างมาก จากนั้นเธอก็หันหลังกลับ เดินเข้าไปแล้วปิดประตูใส่เขาดังปัง สเนปไม่ทันได้เรียกให้เธอหันกลับมา ความรู้สึกดีๆที่ผ่านมา 5 ปี ต้องสูญเสียไปเพราะเขาเพียงคนเดียว เด็กหนุ่มค่อยๆเดินจากไปอย่างคนหมดหวัง โดยไม่ทันได้เห็นลิลี่เปิดประตูออกมาอีกครั้งและมองดูเขาเดินจากไปจนลับตา...
รุ่งเช้า สเนปตื่นขึ้นอย่างอ่อนเพลีย จะเรียกว่าตื่นคงไม่เหมาะ เพราะเขาแทบจะไม่ได้นอนเลยทั้งคืน เด็กหนุ่มรีบวิ่งเร็วๆไปตามระเบียงทางเดิน วันนี้มีเรียนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด สเนปวิ่งเข้าไปในห้องเรียนเกือบเป็นคนสุดท้าย ตกใจอย่างมากที่มีเด็กกริฟฟินดอร์นั่งอยู่ที่อัฒจรรย์อีกฟากหนึ่ง สเนปเดินผ่านเสียงซุบซิบที่พูดถึงเขา ควันหลงจากความสนุกสนานเมื่อวานยังคงลอยอบอวลไปทั่ว สเนปนั่งลงข้างๆมัลซิเบอร์
“นายหายไปไหนมาทั้งคืน” มัลซิเบอร์ถาม สเนปยิ้มแต่ไม่ตอบ มัลซิเบอร์ไม่ได้สนใจคำตอบเพราะตอนนี้ทุกคนหันเหความสนใจไปที่อาจารย์ผู้สอนซึ่งกำลั
งอธิบายหัวข้อที่จะเรียนวันนี้ ทำไมไม่มีใครบอกนะว่าวันนี้มีเรียนรวมกัน เขายังไม่พร้อมจะพบลิลี่ เอฟเวนส์ตอนนี้..
“คาถาผู้พิทักษ์ เป็นคาถาที่ใช้ขับไล่ผู้คุมวิญญาณ ผู้คุมวิญญาณจะดูดกลืนความสุขของพวกเธอ ทำให้พวกเธอเห็นแต่ภาพที่เศร้าและโหดร้ายที่สุดของชีวิต” อาจารย์อธิบาย “การร่ายคาถานั้น นอกจากจะเปล่งเสียงออกมาแล้ว ใจของพวกเธอจะต้องคิดถึงเรื่องหรืออะไรก็ตามที่ทำให้เธอมีความสุขที่สุด” แล้วอาจารย์ก็ร่ายคาถา “เอ็กซ์เปกโต พาโตรนุม” แสงสว่างสีเงินออกมาจากปลายไม้ ถักทอจนเป็นรูปนกชนิดหนึ่ง กำลังบินอย่างสง่างาม และค่อยๆหายไปเหมือนหมอกที่จางลง นักเรียนกริฟฟินดอร์ต่างปรบมือกับอย่างตื่นเต้น แต่ฝั่งสลิธิรินกลับส่งเสียงโห่ฮาอื้ออึง
“เราไม่จำเป็นต้องใช้มันหรอกจริงไหม” สเนปหันไปด้านบน เห็นเบลลาทริกซ์ แบล็กกำลังพูดด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่เย่อหยิ่ง “ผู้คุมวิญญาณก็เป็นสมุนของจอมมาร----“
“อย่าพูดเสียงดังไปเบลลา” นาร์ซิสซ่า แบล็กปรามพี่สาวเบาๆ เบลลาทริกซ์กลอกตาไปมา
“วิชานี้ไร้สาระสิ้นดี” มัลซิเบอร์พูด “ถูกของเบลลา เราไม่จำเป็นต้องใช้มัน”
“เอ้า นักเรียน ลงมาทดสอบกันหน่อยเร็ว ใครจะเป็นอาสาสมัคร เจมส์ พอตเตอร์! ลงมาสาธิตให้เพื่อนๆดูหน่อย”
สเนปเบ้ปากทันทีที่ได้ยินชื่อนี้ เจมส์กระโดดลงไปยืนกลางวงที่กั้นกลางระหว่างอัฒจรรย์ที่นั่งของทั้งสองบ้าน เจมส์ดูมีสีหน้ามั่นใจ และสาวๆหลายคนแอบซุบซิบกันเบาๆ บ้างก็แอบมองเขาอย่างมีความหวัง แต่ดูเหมือนเจมส์จะไม่สนใจ สเนปสังเกตุเห็นว่าเจมส์หันไปมองลิลี่หลายครั้ง แต่ลิลี่ทำเป็นมองไม่เห็นเขา
“คิดในเรื่องที่ดีที่สุดของเธอเลยนะจ้ะ ตั้งสติให้พร้อม คิดแต่เรื่องที่ดีที่สุด”
“เอ็กซ์เปกโต พาโตรนุม” กวางตัวผู้ มีเขาสวยงามพุ่งออกมาจากไม้กายสิทธิ์ของเจมส์ วิ่งวนไปมาหลายรอบ ก่อนจะค่อยๆหายไป ... เสียงกรี๊ด เสียงปรบมือดังมาจากกริฟฟินดอร์ พร้อมกับเสียงโห่จากสลิธิริน
“เก่งมากจ้ะ นี่เป็นครั้งแรกเลยใช่ไหม”
“ใช่ครับ” เจมส์ยิ้มยืดอกอย่างภูมิใจ
“งั้นฉันอนุญาตให้เธอเลือกผู้โชคดีมาสาธิตให้เพื่อนๆดูอีกคน”
“เอ่อ ... ลิลี่ เอฟเวนส์เป็นไงฮะอาจารย์” เจมส์พูด
สเนปหันไปมองลิลี่ทำหน้าเหรอหรา ทุกสายตามองไปที่เธอ ลิลี่เดินออกมา ใบหน้าของเธอเป็นสีแดงปลั่ง ไม่รู้ว่าเธออายที่มีคนมองเยอะๆ หรือว่าเขินคนที่ยืนอยู่ข้างๆเธอกันแน่
“เธอพร้อมไหมจ้ะ มิสเอฟเวนส์” อาจารย์ถาม
“คิดว่าพร้อมแล้วค่ะ” ลิลี่ตอบสั่นๆ หันไปเห็นเจมส์ยักคิ้วให้
“งั้นเสกพร้อมกันเลยดีกว่านะ ตั้งสติให้มั่น คิดแต่เรื่องที่ทำให้เธอมีความสุขที่สุดนะจ๊ะ”
สเนปนั่งลุ้นไปด้วยว่าผู้พิทักษ์ของลิลี่จะออกมาเป็นตัวอะไร เขาเห็นลิลี่หน้าแดงขึ้นเรื่อยๆในขณะที่เธอและเจมส์กำลังจะร่ายคาถาพร้อมกัน “เอ็กซ์เปกโต พาโตรนุม” ทั้งสองร้องขึ้นพร้อมกัน กวางตัวผู้ เขาสวยงามพุ่งออกมาจากไม้กายสิทธิ์ของเจมส์ และกวางตัวเมียสีเงินเป็นประกายพุ่งออกมาจากไม้กายสิทธิ์ของลิลี่ กวางทั้งสองตัววิ่งไปด้วยกันและค่อยๆจางลงและหายไป .... สเนปหันไปเห็นพวกตัวกวนหัวเราะชอบใจ ปรบมือกันสนั่น พวกกริฟฟินดอร์ชอบใจกันมากทีเดียว สเนปเข้าใจว่านั่นหมายถึงอะไร การคิดถึงเจมส์ คือ สิ่งที่ทำให้ลิลี่มีความสุขที่สุดใช่ไหม? คำตอบก็เห็นอยู่แล้วตรงหน้า สเนปกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ใบหน้าร้อนผ่าวๆ รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าแรงๆ
“สมกันจริงจริ๊ง วู้ว” เสียงประชดประชันของเบลลาทริกซ์ดังขึ้นจากด้านบน
“สวยงามมากทีเดียว ทำได้ดีมากจ้า กลับเข้าที่ได้จ้ะ ขอบคุณมากๆ” ลิลี่รีบเดินเร็วๆไปนั่งที่ของตัวเอง สเนปเห็นหน้าเธอดูตื่นเต้นและเขินอายมาก เขาเมินหน้าหนี ไม่อยากเห็นอะไรอีกแล้ว
“ฉันขออาสาสมัครจากสลิธิรินด้วยจ้ะ” อาจารย์หันมาพูดกับเด็กๆสลิธิริน พวกสลิธิรินโห่ร้องกันเป็นการใหญ่ “โอ้ยยย ไม่เอาหรอก ไร้สาระนะ” บางเสียงพูดขึ้นมา
“งั้นพ่อหนุ่มผมดำคนนี้ละกันจ้ะ ลุกขึ้นมา” อาจารย์ชี้นิ้วมาที่สเนป
“ผมเหรอ” สเนปชี้ตัวเอง
“ใช่จ้ะ มาเร็วเข้า”
สเนปเดินไปตรงกลางอย่างประหม่า คราวนี้เสียงโห่ฮาดังมาจากทางกริฟฟินดอร์แทน นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมต้องเป็นเขาด้วย ทุกสายตาจับจ้องมาที่สเนปจนเขารู้สึกตัวร้อนผ่าวๆราวกับจะเป็นไข้
“เธอรู้วิธีแล้วใช่ไหมจ้ะ คิดในเรื่องที่ทำให้เธอมีความสุขที่สุดนะจ้ะ”
สเนปหลับตา พยายามคิดถึงเรื่องที่ดีที่สุด ภาพลิลี่เมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาให้หัวเขา
........นายเลือกทางของนาย ส่วนฉันเลือกทางของฉัน...........
เสียงของเธอยังคงติดอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของเขา สเนปไม่สามารถคิดถึงเรื่องที่มีความสุขที่สุดได้เลย
“เอ็กซ์เปกโต พาโตรนุม” เขาร้องออกมา แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีเพียงแสงอ่อนๆเกิดขึ้นที่ปลายไม้แล้วดับวูบไป
เสียงหัวเราะชวนให้ประสาทเสียดังมาจากกริฟฟินดอร์ อีกครั้งแล้วสินะ ที่เขาต้องอับอาย เป็นผู้แพ้อีกครั้ง สเนปหันไปมองลิลี่ ถ้าเขาไม่ได้ตาฝาดไป ดูเหมือนเธอจะยิ้มให้เขา
“ไม่เป็นไรจ้ะ เธอต้องพยายามมากกว่านี้ นึกถึงเรื่องที่ดีที่สุดนะจ้ะ ลองใหม่อีกครั้ง”
คราวนี้สเนปหลับตา พยายามนึกถึงรอยยิ้มที่เขาได้เห็นเมื่อครู่ เขาเห็นภาพเมื่อครั้งที่ได้นั่งคุยกับลิลี่ในวัยเด็ก ที่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง เธอยิ้มอย่างสดใสและบอกว่าเขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด
“เอ็กซ์เปกโต พาโตรนุม” เขาร้องออกมา มีประกายสีเงินไหลออกมาจากปลายไม้กายสิทธิ์ กวางตัวเมียสีเงินวิ่งออกมาอย่างสง่างาม วิ่งไปรอบตัวเขา สเนปมองมันอย่างชื่นชม เสียงปรบมือดังขึ้นเพียงโปรยปราย เหมือนเป็นมารยาท แต่สเนปก็ชินเสียแล้วล่ะ กับการกระทำสำหรับคนที่ไม่สำคัญอย่างเขา เขาหันไปมองลิลี่ ที่มองเขากลับมาเช่นกัน เธอดูตกใจไม่น้อย และดูเหมือนเธอจะคาดไม่ถึง เจมส์และพรรคพวกไม่ได้ปรบมือหรือโห่ฮา แต่มองสเนปกลับมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“ดีมากจ้ะ ทำได้ดีมาก วันนี้เราได้กวางถึง 3 ตัว” อาจารย์พูดยิ้มยิงฟันให้กับสเนป “ ทีนี้นักเรียนทุกคนลงมาหัดเสกคาถากันได้เลยจ้ะ” พวกกริฟฟินดอร์ดีใจ รีบวิ่งลงไปจับจองหาที่ว่างเพื่อที่จะได้ทดลองคาถาใหม่ ทุกคนต่างตื่นเต้นและลุ้นกันว่าจะได้ผู้พิทักษ์เป็นตัวอะไร
แต่สเนปไม่สนใจว่าใครจะได้ผู้พิทักษ์เป็นตัวอะไรอีก เขาตัดสินใจปลีกตัวเดินออกไปจากห้องเรียน ท่ามกลางเสียงพูดอื้ออึงของเด็กสลิธิริน
“กวางตัวเมียนั่นหมายความว่าไง”……
“รักสามเศร้าเรอะ” …….
“สเนปชอบยัยเลือดสีโคลน” ........
สเนปก้าวเท้าเร็วๆ เพื่อหนีให้พ้นเสียงนินทาเหล่านั้น เขาได้ยินเสียงฝีเท้าจำนวนหนึ่งเดินตามมา มีเสียงฝีเท้าหนึ่งย่ำหนักๆและดังใกล้เข้ามามากขึ้น เขาหยิบไม้กายสิทธิ์ และหันหลังกลับไป ไม้กายสิทธิ์ชี้ตรงไปข้างหน้า
“พอตเตอร์!!” สเนปพูดเหยียดๆ
“แกกล้ามากนะ ที่ทำแบบนั้น ฉันละสมเพชแกจริงๆ” เจมส์พูดอย่างผู้ชนะ
“อย่าปากดีไปหน่อยเลย”
“เห็นได้ชัดแล้วนี่ สนิฟเวลลัส ลิลี่ชอบฉัน ไม่ใช่แก!! ฮ่า ... แกไม่เห็นเหรอผู้พิทักษ์ของเธอน่ะ.... แกแพ้แล้ว”
“ฉันไม่แพ้ และไม่มีวันแพ้ด้วย” สเนปกรีดเสียงออกมาอย่างแค้นใจ “เอ็กซ์เปลลิอาร์มัส” ไม้กายสิทธิ์ของเจมส์ลอยกระเด็นไปอีกทางหนึ่ง เจมส์ล้มลง สเนปเอาไม้กายสิทธิ์ของเขาจ่อที่คอของเจมส์
“แกสัญญาได้ไหมว่าแกจะดูแลลิลี่ให้ดีที่สุด ไม่ว่ายังไง แกจะไม่ทำให้เธอเสียใจ”
เจมส์งุนงงเล็กน้อย ที่สเนปพูดออกมา
“ว่าไงละ!!” สเนปถามเสียงเข้ม กดปลายไม้กายสิทธิ์ไปที่คอของเจมส์แรงขึ้น แสงสีเขียวพุ่งออกจากปลายไม้ ด้วยอารมณ์โทสะของสเนป
“นั่นเป็นหน้าที่ที่ฉันต้องทำอยู่แล้ว แกไม่ต้องมาสั่งหรอก” เจมส์ตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไม่มีแววตาหวาดกลัวเลยสักนิด
“ดี....ดี” สเนปพึมพำ “แอ๊กซีโอ ไม้กายสิทธิ์” ไม้กายสิทธิ์ของเจมส์ลอยมาอยู่ในมือของสเนป เขายื่นให้เจมส์ ที่ยังทำหน้างงๆอยู่
“เอาไม้แกคืนไป และอย่าลืมคำพูดที่แกบอกฉันไว้”
เจมส์ลุกขึ้น พร้อมกับที่ซิเรียส ลูปินและหางหนอนกำลังวิ่งมาถึงพวกเขาพอดี ลูปินดูตกใจ แต่ซิเรียสตั้งท่าจะเสกคาถา
“พอก่อนสำหรับวันนี้” เจมส์ยกมือห้าม ยังมองสเนปด้วยความงุนงงไม่หาย
สเนปเหยียดยิ้ม ก่อนจะหันหลังเดินจากไปพร้อมกับชายผ้าคลุมที่พริ้วไหวไปตามลม ....
เสียงลมพัดหวีดหวิวชวนขนลุก อากาศเริ่มเย็นทุกขณะ แต่นั่นไม่ทำให้เขารู้สึกสะทกสะท้าน ร่างผอมๆยังคงเดินต่อไปเหมือนคนล่องลอย จนมาหยุดที่ชั้น 7 นับว่าเป็นความกล้าบ้าบิ่นมากทีเดียวที่นำพาเขาเดินมาถึงที่นี่ได้ ที่หอคอยของกริฟฟินดอร์ ถ้ามีคนพบเขา เขาอาจโดนจับไปหาอาจารย์ใหญ่ อาจโดนทำโทษ อาจโดนไล่ออก หรืออะไรต่างๆนาๆที่อาร์กัส ฟิลช์ ภารโรงที่เกลียดเด็กมากที่สุดจะใส่ความเขาด้วยความพึงพอใจ
เซเวอร์รัส สเนปทรุดลงนั่งที่บันได พลางคิดว่าเดินมาถึงที่นี่แล้วจะได้อะไรขึ้นมา เขาไม่อาจเรียกให้เธอออกมาหาเขาได้ ไม่สามารถทำอะไรได้เลย นอกจากนั่งรออยู่ตรงนี้ อีกนานสักแค่ไหน 1 ชั่วโมง 2 ชั่วโมง หรือจะต้องรอจนถึงเช้า เขาถอนหายใจออกมาแรงๆ พลางนึกถึงเรื่องเลวร้ายที่สุดในชีวิตที่เกิดกับเขาเมื่อกลางวัน ถ้าเจมส์ พอตเตอร์ไม่แกล้งเขาอย่างร้ายกาจแบบนั้น เขาคงไม่รู้สึกโกรธและอายมากขนาดนี้ ต่อหน้าคนมากมาย ที่ปรบมือ หัวเราะชอบใจไปกับการกระทำร้ายๆของเจมส์ เพียงแค่คิดว่ามันตลกดี แต่จะมีใครนึกถึงผู้ที่ถูกกระทำบ้างไหม ว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร แน่ละ ไม่มีใครคิดถึงเขาอยู่แล้ว ก็เขาไม่ใช่นักกีฬาควิดดิช ไม่ได้หล่อเลิศอย่างเจมส์ พอตเตอร์นี่ แต่แล้ว “ลิลี่ เอฟเวนส์” ก็เขามาช่วยเขาเหมือนทุกครั้งที่เขาโดนเจมส์ทำร้าย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ ไม่ใช่ตอนนี้ ตอนที่เขาไม่สามารถช่วยอะไรตัวเองได้เลย ตอนที่เขากลายเป็นตัวตลกให้คนทั้งโรงเรียนหัวเราะชอบใจ มันคงน่าอับอายและน่าสมเพชมากใช่ไหม เขาไม่อยากเป็นคนที่อ่อนแอ พ่ายแพ้ต่อหน้าเธอ ทุกอย่างมันบังคับ กดดันให้เขาต้องพูดมันออกมา “ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเด็กเลือดสีโคลนสกปรกอย่างยายนั่นหรอก” เพื่อรักษาศักดิ์ศรีที่เหลือน้อยเต็มทีของตัวเอง เมื่อคิดถึงตรงนี้ สเนปรู้สึกรังเกียจตัวเองขึ้นมาทันที
“นี่พ่อหนุ่มน้อยสลิธิริน เธอไม่ควรมาอยู่ที่นี่กลางดึกแบบนี้นะ”
เสียงแหลมๆของสุภาพสตรีอ้วนดังขึ้นจากรูปภาพหน้าประตู สเนปหันขวับไปมองอย่างเหยียดหยัน
"ไม่ใช่เรื่องของคุณ!!" เขาว่า
เสียงลมพัดวูบผ่านมา สเนปรู้สึกเหมือนมีอะไรเคลื่อนไหวผ่านเขาไปอย่างรวดเร็ว สักครู่ก็วูบผ่านมาอีกครั้ง และเสียงหัวเราะแหลมๆก็ดังขึ้น
“เจ้าเด็กน้อยผมเมือก สนิฟเวลลี่ แอบย่องมาทำอะไรกลางดึก”
“หุบปากนะพีฟส์ !!” สเนปคำรามรอดไรฟัน เขาไม่อยากส่งเสียงดังให้คนทั้งหอตื่นมาจัดการกับเขาหรอกนะ เจ้าพีฟส์ ผีโพลเตอร์ไกสต์ ยังคงบินโฉบไปโฉบมา พลางร้องเพลงล้อเลียนซ้ำไปซ้ำมา
“เด็กผมเมือก นั่งร้องไห้ สนิฟเวลลี่ ขี้แพ้ ขี้มูกโป่ง ..... ลัลล้า....”
“ฉันบอกให้แกหุบปากไงพีฟส์” สเนปพยายามควบคุมไม่ให้ตัวเองเสียงดังไปมากกว่านี้ เขาหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาจากเสื้อคลุมชี้ตรงที่ไปพีฟส์ หมายแค่จะขู่เท่านั้น
“เด็กผมเมือก นั่งร้องไห้ สนิฟเวลลี่ ขี้แพ้ ขี้มูกโป่ง ..... ลัลล้า....” พีฟส์ไม่สนใจ ยังคงร้องเพลงและล่องลอยไปมา สเนปหมดความอดทน ชี้ไม้กายสิทธิ์ไปที่พีฟส์ แล้วร้อง
“เซ็กตัมเซมปร้า!!”
พีฟส์ร้องโหยหวน ราวกับโดนใบมีดเป็นร้อยที่มองไม่เห็นกรีดเข้าไปตามร่างกาย แม้จะตายไปแล้วและไม่มีเลือดออกมา แต่ความเจ็บปวดนั้นพีฟส์ยังคงรู้สึกได้ เจ้าผีโพลเตอร์ไกสต์ลอยหายหนีไปในความมืด
แล้วสเนปก็ได้ยินเสียงประตูหอเปิดออก สเนปหัวใจเต้นระทึก ต้องมีใครสักคนได้ยินเสียงเจ้าพีฟส์จนออกมาดูแน่ๆ ด้วยความตกใจทำให้เขาลืมหาที่หลบได้ทัน เด็กสาวผมสีบลอนด์ทองเดินออกมาชะโงกดู สเนปเห็นก็จำได้ทันทีว่าหล่อนคือแมรี่ แมคโดนัลด์เพื่อนในกลุ่มของลิลี่
“สเนป!!” เด็กสาวหันมาพบสเนปก็ร้องขึ้นมาอย่างตกใจ “นายไม่ควรมาที่นี่นะ ในยามวิการณ์อย่างนี้”
“เธอน่าจะรู้ว่าฉันมาทำไม ช่วยฉันหน่อยได้ไหม”
“ฉันช่วยนายไม่ได้หรอกนะ ลิลี่ไม่อยากพบใครตอนนี้ โดยเฉพาะนาย”
“แต่ฉันมีเรื่องสำคัญมาก ต้องพูดวันนี้”
“ฉันไม่รู้จะช่วยยังไงจริงๆ ฉันเสียใจนะ นายกลับไปเถอะ”
“งั้นฝากบอกลิลี่ว่า ฉันจะรออยู่ตรงนี้ และจะไม่ไปไหนจนกว่าลิลี่จะออกมาพบฉัน”
“นายไปเถอะ ไม่ใช่วันนี้หรอก ลิลี่ไม่มีทางออกมา เธอโกรธมาก นายคงรู้ดี”
“งั้นฉันจะนอนอยู่ที่นี่ ตรงนี้”
“นายพูดเป็นเล่น”
“จริงๆ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เออ ตามใจ ฉันบอกนายแล้วไม่เชื่อก็ตามใจ จะรอให้ฟิลช์มาจับนายไปส่งอาจารย์ก็เรื่องของนาย” พูดจบ แมรี่ก็ปิดประตูใส่เขาดังปัง
สเนปทรุดลงนั่งที่บันไดอีกครั้ง คราวนี้เขาคงหมดหวังแล้วจริงๆที่จะได้อธิบาย ได้ขอโทษเธอ ลิลี่ไม่อยากเห็นหน้าเขา สเนปซบหน้าลงกับฝ่ามือ พยายามกลั้นน้ำตาที่มันพยายามจะไหลออกมา
แล้วเสียงประตูก็เปิดขึ้นอีกครั้ง สเนปหันขวับไปทันที เด็กสาวผมยาวสีแดง กำลังเดินออกมา สีหน้าของเธอไม่แสดงความรู้สึกใดๆ มีเพียงดวงตาสีเขียวที่ดูมีร่องรอยของน้ำตา
“ลิลี่ ฉันขอโทษ” สเนปรีบพูดออกมาแทบจะลืมหายใจ
“ฉันไม่สนใจเลยสักนิด” น้ำเสียงของเธอไม่มีแม้แต่ความสงสาร “ที่ฉันออกมา ก็เพราะแมรี่บอกว่ามีคนบ้าเสียสติจะมานอนที่หน้าหอ”
“ใช่ ฉันเอง ... ฟังนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะ--- ”
“ไม่ได้ตั้งใจ !!” ลิลี่พูดเสียงเข้ม “นายจะบอกว่านายหลุดปากออกมาใช่ไหม แต่ดูเหมือนนายและเพื่อนๆ จะพูดคำนี้บ่อยเหลือเกินนะ”
“คือฉัน---”
“มัลซิเบอร์เรียกฉันแบบนี้เมื่อสองวันก่อน ฉันยังทนได้ ฉันไม่คิดว่าคำๆนี้จะออกมาจากปากนาย คนที่เป็นเพื่อนสนิทของฉัน..” เสียงของลิลี่อ่อนลงในช่วงท้ายประโยค ดูเหมือนเธอกำลังพยายามควบคุมน้ำเสียงของตนเองให้ดูเข้มแข็งขึ้น
“นายไม่เคยปฏิเสธมันเลย นายหลงใหลกับศาสตร์มืด เที่ยวสาปคนที่เกิดจากมักเกิ้ลเล่นสนุกไปกับพวกเพื่อนๆของนาย นายแทบจะรอไม่ไหวเลยใช่ไหมที่จะได้เป็นคนรับใช้ของคนที่นายก็รู้ว่าใคร”
“ลิลี่ ...” สเนปเรียกชื่อเธอ และตั้งสติ “เธอฟังฉันนะ ฉันไม่ได้หมายความจะเรียกเธอว่า—“
“เลือดสีโคลน! .. ฉันรู้แล้วว่าตลอดเวลาที่เรารู้จักกันมา นายคงจะมองฉันด้วยความสมเพชมาตลอดสินะ” ลิลี่พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “นายจำได้ไหม ที่ฉันเคยถามนายตอนเด็กๆว่า การที่ฉันเกิดมาเป็นลูกมักเกิ้ลมันทำให้ฉันแตกต่างจากคนอื่นไหม แล้วนายก็บอกว่าไม่! ...แต่วันนี้นายกลับนำคำนี้มาว่าฉัน ...แล้วจะให้ฉันเชื่อใจอะไรนายได้อีก!” สเนปเห็นหยาดน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาสีเขียวของเธอ แต่ลิลี่ใช้มือปาดมันออกไปอย่างรวดเร็ว
“ไม่ ... ลิลี่เธอไม่เข้าใจ เธอต่างจากคนอื่น ฉัน ....” สเนปพยายามจะอธิบายอย่างละล่ำละลัก
“เธอเรียกทุกคนที่เป็นแบบฉันว่าเลือดสีโคลน แล้วทำไมฉันถึงต่างจากคนอื่นละ..เซเวอร์รัส”
สเนปอ้าปากจะพูด แต่ความรู้สึกหนึ่งได้หยุดเขาเอาไว้ จะให้บอกว่าอะไรละ เพราะเธอไม่เหมือนคนอื่น เธอพิเศษกว่านั้น เธอเป็นคนที่เขา...รัก... มันคงเป็นเรื่องตลกสักเรื่องหนึ่งที่ลิลี่ฟังแล้วไม่ขำ ถ้าเขาพูดมันออกมา มันคงไม่มีความหมายอะไร ในเมื่อใจของเธอนั้นมีแต่เจมส์... สเนปหุบปากลงอีกครั้ง สีหน้าเจ็บปวดเหลือประมาณ
“ฉันคงแกล้งทำเป็นว่าไม่รู้สึกอะไร ไม่ได้อีกแล้วล่ะ เซเวอร์รัส ฉันเสียใจที่ต้องพูดแบบนี้ นายเลือกทางของนาย ส่วนฉันเลือกทางของฉัน”
“ทางที่มีเจมส์ พอตเตอร์น่ะเหรอ” สเนปไม่รู้ว่าเขาหลุดปากพูดออกมาได้อย่างไร
“ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเขา!” น้ำเสียงของลิลี่ไม่พอใจอย่างมาก จากนั้นเธอก็หันหลังกลับ เดินเข้าไปแล้วปิดประตูใส่เขาดังปัง สเนปไม่ทันได้เรียกให้เธอหันกลับมา ความรู้สึกดีๆที่ผ่านมา 5 ปี ต้องสูญเสียไปเพราะเขาเพียงคนเดียว เด็กหนุ่มค่อยๆเดินจากไปอย่างคนหมดหวัง โดยไม่ทันได้เห็นลิลี่เปิดประตูออกมาอีกครั้งและมองดูเขาเดินจากไปจนลับตา...
รุ่งเช้า สเนปตื่นขึ้นอย่างอ่อนเพลีย จะเรียกว่าตื่นคงไม่เหมาะ เพราะเขาแทบจะไม่ได้นอนเลยทั้งคืน เด็กหนุ่มรีบวิ่งเร็วๆไปตามระเบียงทางเดิน วันนี้มีเรียนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด สเนปวิ่งเข้าไปในห้องเรียนเกือบเป็นคนสุดท้าย ตกใจอย่างมากที่มีเด็กกริฟฟินดอร์นั่งอยู่ที่อัฒจรรย์อีกฟากหนึ่ง สเนปเดินผ่านเสียงซุบซิบที่พูดถึงเขา ควันหลงจากความสนุกสนานเมื่อวานยังคงลอยอบอวลไปทั่ว สเนปนั่งลงข้างๆมัลซิเบอร์
“นายหายไปไหนมาทั้งคืน” มัลซิเบอร์ถาม สเนปยิ้มแต่ไม่ตอบ มัลซิเบอร์ไม่ได้สนใจคำตอบเพราะตอนนี้ทุกคนหันเหความสนใจไปที่อาจารย์ผู้สอนซึ่งกำลั
งอธิบายหัวข้อที่จะเรียนวันนี้ ทำไมไม่มีใครบอกนะว่าวันนี้มีเรียนรวมกัน เขายังไม่พร้อมจะพบลิลี่ เอฟเวนส์ตอนนี้..
“คาถาผู้พิทักษ์ เป็นคาถาที่ใช้ขับไล่ผู้คุมวิญญาณ ผู้คุมวิญญาณจะดูดกลืนความสุขของพวกเธอ ทำให้พวกเธอเห็นแต่ภาพที่เศร้าและโหดร้ายที่สุดของชีวิต” อาจารย์อธิบาย “การร่ายคาถานั้น นอกจากจะเปล่งเสียงออกมาแล้ว ใจของพวกเธอจะต้องคิดถึงเรื่องหรืออะไรก็ตามที่ทำให้เธอมีความสุขที่สุด” แล้วอาจารย์ก็ร่ายคาถา “เอ็กซ์เปกโต พาโตรนุม” แสงสว่างสีเงินออกมาจากปลายไม้ ถักทอจนเป็นรูปนกชนิดหนึ่ง กำลังบินอย่างสง่างาม และค่อยๆหายไปเหมือนหมอกที่จางลง นักเรียนกริฟฟินดอร์ต่างปรบมือกับอย่างตื่นเต้น แต่ฝั่งสลิธิรินกลับส่งเสียงโห่ฮาอื้ออึง
“เราไม่จำเป็นต้องใช้มันหรอกจริงไหม” สเนปหันไปด้านบน เห็นเบลลาทริกซ์ แบล็กกำลังพูดด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่เย่อหยิ่ง “ผู้คุมวิญญาณก็เป็นสมุนของจอมมาร----“
“อย่าพูดเสียงดังไปเบลลา” นาร์ซิสซ่า แบล็กปรามพี่สาวเบาๆ เบลลาทริกซ์กลอกตาไปมา
“วิชานี้ไร้สาระสิ้นดี” มัลซิเบอร์พูด “ถูกของเบลลา เราไม่จำเป็นต้องใช้มัน”
“เอ้า นักเรียน ลงมาทดสอบกันหน่อยเร็ว ใครจะเป็นอาสาสมัคร เจมส์ พอตเตอร์! ลงมาสาธิตให้เพื่อนๆดูหน่อย”
สเนปเบ้ปากทันทีที่ได้ยินชื่อนี้ เจมส์กระโดดลงไปยืนกลางวงที่กั้นกลางระหว่างอัฒจรรย์ที่นั่งของทั้งสองบ้าน เจมส์ดูมีสีหน้ามั่นใจ และสาวๆหลายคนแอบซุบซิบกันเบาๆ บ้างก็แอบมองเขาอย่างมีความหวัง แต่ดูเหมือนเจมส์จะไม่สนใจ สเนปสังเกตุเห็นว่าเจมส์หันไปมองลิลี่หลายครั้ง แต่ลิลี่ทำเป็นมองไม่เห็นเขา
“คิดในเรื่องที่ดีที่สุดของเธอเลยนะจ้ะ ตั้งสติให้พร้อม คิดแต่เรื่องที่ดีที่สุด”
“เอ็กซ์เปกโต พาโตรนุม” กวางตัวผู้ มีเขาสวยงามพุ่งออกมาจากไม้กายสิทธิ์ของเจมส์ วิ่งวนไปมาหลายรอบ ก่อนจะค่อยๆหายไป ... เสียงกรี๊ด เสียงปรบมือดังมาจากกริฟฟินดอร์ พร้อมกับเสียงโห่จากสลิธิริน
“เก่งมากจ้ะ นี่เป็นครั้งแรกเลยใช่ไหม”
“ใช่ครับ” เจมส์ยิ้มยืดอกอย่างภูมิใจ
“งั้นฉันอนุญาตให้เธอเลือกผู้โชคดีมาสาธิตให้เพื่อนๆดูอีกคน”
“เอ่อ ... ลิลี่ เอฟเวนส์เป็นไงฮะอาจารย์” เจมส์พูด
สเนปหันไปมองลิลี่ทำหน้าเหรอหรา ทุกสายตามองไปที่เธอ ลิลี่เดินออกมา ใบหน้าของเธอเป็นสีแดงปลั่ง ไม่รู้ว่าเธออายที่มีคนมองเยอะๆ หรือว่าเขินคนที่ยืนอยู่ข้างๆเธอกันแน่
“เธอพร้อมไหมจ้ะ มิสเอฟเวนส์” อาจารย์ถาม
“คิดว่าพร้อมแล้วค่ะ” ลิลี่ตอบสั่นๆ หันไปเห็นเจมส์ยักคิ้วให้
“งั้นเสกพร้อมกันเลยดีกว่านะ ตั้งสติให้มั่น คิดแต่เรื่องที่ทำให้เธอมีความสุขที่สุดนะจ๊ะ”
สเนปนั่งลุ้นไปด้วยว่าผู้พิทักษ์ของลิลี่จะออกมาเป็นตัวอะไร เขาเห็นลิลี่หน้าแดงขึ้นเรื่อยๆในขณะที่เธอและเจมส์กำลังจะร่ายคาถาพร้อมกัน “เอ็กซ์เปกโต พาโตรนุม” ทั้งสองร้องขึ้นพร้อมกัน กวางตัวผู้ เขาสวยงามพุ่งออกมาจากไม้กายสิทธิ์ของเจมส์ และกวางตัวเมียสีเงินเป็นประกายพุ่งออกมาจากไม้กายสิทธิ์ของลิลี่ กวางทั้งสองตัววิ่งไปด้วยกันและค่อยๆจางลงและหายไป .... สเนปหันไปเห็นพวกตัวกวนหัวเราะชอบใจ ปรบมือกันสนั่น พวกกริฟฟินดอร์ชอบใจกันมากทีเดียว สเนปเข้าใจว่านั่นหมายถึงอะไร การคิดถึงเจมส์ คือ สิ่งที่ทำให้ลิลี่มีความสุขที่สุดใช่ไหม? คำตอบก็เห็นอยู่แล้วตรงหน้า สเนปกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ใบหน้าร้อนผ่าวๆ รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าแรงๆ
“สมกันจริงจริ๊ง วู้ว” เสียงประชดประชันของเบลลาทริกซ์ดังขึ้นจากด้านบน
“สวยงามมากทีเดียว ทำได้ดีมากจ้า กลับเข้าที่ได้จ้ะ ขอบคุณมากๆ” ลิลี่รีบเดินเร็วๆไปนั่งที่ของตัวเอง สเนปเห็นหน้าเธอดูตื่นเต้นและเขินอายมาก เขาเมินหน้าหนี ไม่อยากเห็นอะไรอีกแล้ว
“ฉันขออาสาสมัครจากสลิธิรินด้วยจ้ะ” อาจารย์หันมาพูดกับเด็กๆสลิธิริน พวกสลิธิรินโห่ร้องกันเป็นการใหญ่ “โอ้ยยย ไม่เอาหรอก ไร้สาระนะ” บางเสียงพูดขึ้นมา
“งั้นพ่อหนุ่มผมดำคนนี้ละกันจ้ะ ลุกขึ้นมา” อาจารย์ชี้นิ้วมาที่สเนป
“ผมเหรอ” สเนปชี้ตัวเอง
“ใช่จ้ะ มาเร็วเข้า”
สเนปเดินไปตรงกลางอย่างประหม่า คราวนี้เสียงโห่ฮาดังมาจากทางกริฟฟินดอร์แทน นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมต้องเป็นเขาด้วย ทุกสายตาจับจ้องมาที่สเนปจนเขารู้สึกตัวร้อนผ่าวๆราวกับจะเป็นไข้
“เธอรู้วิธีแล้วใช่ไหมจ้ะ คิดในเรื่องที่ทำให้เธอมีความสุขที่สุดนะจ้ะ”
สเนปหลับตา พยายามคิดถึงเรื่องที่ดีที่สุด ภาพลิลี่เมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาให้หัวเขา
........นายเลือกทางของนาย ส่วนฉันเลือกทางของฉัน...........
เสียงของเธอยังคงติดอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของเขา สเนปไม่สามารถคิดถึงเรื่องที่มีความสุขที่สุดได้เลย
“เอ็กซ์เปกโต พาโตรนุม” เขาร้องออกมา แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีเพียงแสงอ่อนๆเกิดขึ้นที่ปลายไม้แล้วดับวูบไป
เสียงหัวเราะชวนให้ประสาทเสียดังมาจากกริฟฟินดอร์ อีกครั้งแล้วสินะ ที่เขาต้องอับอาย เป็นผู้แพ้อีกครั้ง สเนปหันไปมองลิลี่ ถ้าเขาไม่ได้ตาฝาดไป ดูเหมือนเธอจะยิ้มให้เขา
“ไม่เป็นไรจ้ะ เธอต้องพยายามมากกว่านี้ นึกถึงเรื่องที่ดีที่สุดนะจ้ะ ลองใหม่อีกครั้ง”
คราวนี้สเนปหลับตา พยายามนึกถึงรอยยิ้มที่เขาได้เห็นเมื่อครู่ เขาเห็นภาพเมื่อครั้งที่ได้นั่งคุยกับลิลี่ในวัยเด็ก ที่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง เธอยิ้มอย่างสดใสและบอกว่าเขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด
“เอ็กซ์เปกโต พาโตรนุม” เขาร้องออกมา มีประกายสีเงินไหลออกมาจากปลายไม้กายสิทธิ์ กวางตัวเมียสีเงินวิ่งออกมาอย่างสง่างาม วิ่งไปรอบตัวเขา สเนปมองมันอย่างชื่นชม เสียงปรบมือดังขึ้นเพียงโปรยปราย เหมือนเป็นมารยาท แต่สเนปก็ชินเสียแล้วล่ะ กับการกระทำสำหรับคนที่ไม่สำคัญอย่างเขา เขาหันไปมองลิลี่ ที่มองเขากลับมาเช่นกัน เธอดูตกใจไม่น้อย และดูเหมือนเธอจะคาดไม่ถึง เจมส์และพรรคพวกไม่ได้ปรบมือหรือโห่ฮา แต่มองสเนปกลับมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“ดีมากจ้ะ ทำได้ดีมาก วันนี้เราได้กวางถึง 3 ตัว” อาจารย์พูดยิ้มยิงฟันให้กับสเนป “ ทีนี้นักเรียนทุกคนลงมาหัดเสกคาถากันได้เลยจ้ะ” พวกกริฟฟินดอร์ดีใจ รีบวิ่งลงไปจับจองหาที่ว่างเพื่อที่จะได้ทดลองคาถาใหม่ ทุกคนต่างตื่นเต้นและลุ้นกันว่าจะได้ผู้พิทักษ์เป็นตัวอะไร
แต่สเนปไม่สนใจว่าใครจะได้ผู้พิทักษ์เป็นตัวอะไรอีก เขาตัดสินใจปลีกตัวเดินออกไปจากห้องเรียน ท่ามกลางเสียงพูดอื้ออึงของเด็กสลิธิริน
“กวางตัวเมียนั่นหมายความว่าไง”……
“รักสามเศร้าเรอะ” …….
“สเนปชอบยัยเลือดสีโคลน” ........
สเนปก้าวเท้าเร็วๆ เพื่อหนีให้พ้นเสียงนินทาเหล่านั้น เขาได้ยินเสียงฝีเท้าจำนวนหนึ่งเดินตามมา มีเสียงฝีเท้าหนึ่งย่ำหนักๆและดังใกล้เข้ามามากขึ้น เขาหยิบไม้กายสิทธิ์ และหันหลังกลับไป ไม้กายสิทธิ์ชี้ตรงไปข้างหน้า
“พอตเตอร์!!” สเนปพูดเหยียดๆ
“แกกล้ามากนะ ที่ทำแบบนั้น ฉันละสมเพชแกจริงๆ” เจมส์พูดอย่างผู้ชนะ
“อย่าปากดีไปหน่อยเลย”
“เห็นได้ชัดแล้วนี่ สนิฟเวลลัส ลิลี่ชอบฉัน ไม่ใช่แก!! ฮ่า ... แกไม่เห็นเหรอผู้พิทักษ์ของเธอน่ะ.... แกแพ้แล้ว”
“ฉันไม่แพ้ และไม่มีวันแพ้ด้วย” สเนปกรีดเสียงออกมาอย่างแค้นใจ “เอ็กซ์เปลลิอาร์มัส” ไม้กายสิทธิ์ของเจมส์ลอยกระเด็นไปอีกทางหนึ่ง เจมส์ล้มลง สเนปเอาไม้กายสิทธิ์ของเขาจ่อที่คอของเจมส์
“แกสัญญาได้ไหมว่าแกจะดูแลลิลี่ให้ดีที่สุด ไม่ว่ายังไง แกจะไม่ทำให้เธอเสียใจ”
เจมส์งุนงงเล็กน้อย ที่สเนปพูดออกมา
“ว่าไงละ!!” สเนปถามเสียงเข้ม กดปลายไม้กายสิทธิ์ไปที่คอของเจมส์แรงขึ้น แสงสีเขียวพุ่งออกจากปลายไม้ ด้วยอารมณ์โทสะของสเนป
“นั่นเป็นหน้าที่ที่ฉันต้องทำอยู่แล้ว แกไม่ต้องมาสั่งหรอก” เจมส์ตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไม่มีแววตาหวาดกลัวเลยสักนิด
“ดี....ดี” สเนปพึมพำ “แอ๊กซีโอ ไม้กายสิทธิ์” ไม้กายสิทธิ์ของเจมส์ลอยมาอยู่ในมือของสเนป เขายื่นให้เจมส์ ที่ยังทำหน้างงๆอยู่
“เอาไม้แกคืนไป และอย่าลืมคำพูดที่แกบอกฉันไว้”
เจมส์ลุกขึ้น พร้อมกับที่ซิเรียส ลูปินและหางหนอนกำลังวิ่งมาถึงพวกเขาพอดี ลูปินดูตกใจ แต่ซิเรียสตั้งท่าจะเสกคาถา
“พอก่อนสำหรับวันนี้” เจมส์ยกมือห้าม ยังมองสเนปด้วยความงุนงงไม่หาย
สเนปเหยียดยิ้ม ก่อนจะหันหลังเดินจากไปพร้อมกับชายผ้าคลุมที่พริ้วไหวไปตามลม ....
ยามเย็นที่เงียบสงบ สเนปนั่งเหม่อมองไปข้างหน้า และคิดอะไรเพลินๆตามลำพัง ที่ริมทะเลสาป ที่ๆเขาเคยมานั่งอ่านหนังสือ และติววิชาปรุงยากับลิลี่ แต่วันนี้ไม่มีอีกแล้ว ไม่ว่าจะหันไปทางไหน เขายังคงเห็นร่องรอยทุกที่ที่เขาและเธอเคยเดินผ่าน สเนปพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้อ่อนไหว และอ่อนแออีกต่อไป เขาตัดสินใจถูกแล้ว ต่างคนต่างมีทางของตัวเอง และหนทางของลิลี่จะต้องขาวสะอาด สดใส และไม่ใช่หนทางที่เขาจะพาเธอไปด้วยได้...
เสียงฝีเท้าเหยียบใบไม้แห้งดังกรุบกรับทางด้านหลัง ทำให้สเนปหลุดจากภวังค์ เขาหันไปอย่างรวดเร็ว ไม้กายสิทธิ์เตรียมพร้อม แต่เมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาจึงลดไม้กายสิทธิ์ลง
“ลิลี่ เอ่อ เอฟเวนส์” สเนปพูดพยายามที่จะไม่มองหน้าเธอ เขาไม่อยากให้เธอเห็นเขาอ่อนแออีกต่อไป
“ฉันไม่คิดว่าเรื่องจะเป็นแบบนี้เลยนะเซเวอร์รัส” เสียงของเธอดูเศร้า “ผู้พิทักษ์ของนาย…”
“นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเธอถึงแตกต่างจากคนอื่น .. ลิลี่” สเนปพูดอย่างประหม่า
“นายมาบอกอะไรตอนนี้ มันสายไปแล้ว”
“ฉันรู้ ... ฉันรู้” สเนปพูดเบาๆ “ฉันรู้ว่าเธอชอบเขามานานแล้ว”
“เรายังเป็นเพื่อนกันได้นี่...ใช่ไหม” ลิลี่เดินเข้ามา จับมือเขาไว้
“ก็อย่างที่เธอบอก เรามีหนทางที่ต่างกัน .... ทุกอย่างมันจบแล้ว” สเนปแกะมือเธอออกเบาๆ และทำท่าจะเดินหนีไป
“เซเวอร์รัส...” เสียงเรียกของเธอทำให้เขาใจเต้นไม่เป็นส่ำ สเนปหยุดแล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาสีเขียวของลิลี่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตา สเนปใช้นิ้วไล้ไปตามแก้มนวลนั้นอย่างแผ่วเบา หวังจะช่วยซับคราบน้ำตาให้หมดไป
“มองตาฉันสิ” เขากระซิบ ดวงตาสีเขียว มองลึกเข้าไปในดวงตาสีดำที่สบสายตากลับมาอย่างมีความหมาย เธอเห็นเงาของตัวเองอยู่ในดวงตาสีดำคู่นั้น
“จะมีแค่เงาของเธออยู่ในดวงตาของฉัน...ตลอดไป” สเนปยิ้มอย่างอ่อนโยน เขาขยับหน้าเข้ามาใกล้เธอ จนลิลี่รู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ลิลี่หลับตาพริ้ม สเนปจุมพิตลงที่หน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา เนิ่นนานจนสเนปถอนริมฝีปากออก เขาค่อยๆผละจากเธอ แล้วเดินจากไปช้าๆ ลิลี่ค่อยๆลืมตาขึ้นมา ทันเห็นแค่ชายผ้าคลุมที่ค่อยๆหายลับไป....สเนปจากไปแล้ว
“เซเวอร์รัส...” เธอพึมพำกับตัวเอง หยาดน้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตาสีเขียว สายไปแล้วที่จะเรียกให้เขากลับมา...
Tags: fiction, harry potter, lily, lily evans, potter, severus, severus snape, snape, spoilers11 Comments




) เจมส์เลว~~ ไม่เชียร์แล้ว ลิลลี่ก้ใจร้าย สรุปป๋าดีสุด (สรุปเอาเองแบบเข้าข้าง และแม่ยกเห็นๆ) ชอบมากๆเลยคร่า
#1 By ใบระกา on 2007-08-15 20:32